Opening Hours:Monday To Saturday - 8am To 9pm

LAPBAND-BLOG / Radiofreqncy surgery

เวชศาสตร์นิวเคลียร์คืออะไรและมีประโยชน์ในการรักษาอย่างไรบ้าง

วิทยาการทางการแพทย์สมัยนี้ต้องยอมรับว่าก้าวหน้าไปไกลกว่าเดิมค่อนข้างมากส่วนหนึ่งก็มาจากการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งของผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับความพยายามที่จะนำเสนอและจัดการสิ่งต่างๆ ทางการแพทย์เพื่อหวังให้สามารถช่วยผู้ป่วยและทำให้ชีวิตคนเรายืนยาวได้มากขึ้นยิ่งกว่าเดิม วิทยาการทางการแพทย์สมัยใหม่ก็มีอยู่ด้วยกันหลากหลาย หนึ่งในวิทยาการทางการแพทย์ที่น่าสนใจก็คือ เวชศาสตร์นิวเคลียร์ หลายคนอาจยังไม่เคยได้ยินมาก่อนว่านี่คืออะไรกันแน่ หากได้ทำความเข้าใจก็จะทำให้รู้ถึงรายละเอียดมากขึ้น

รู้จักกับเวชศาสตร์นิวเคลียร์

เวชศาสตร์นิวเคลียร์ เป็นวิทยาการด้านการแพทย์สาขาหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการใช้สารกัมมันตรังสีสำหรับการวินิจฉัยและรักษาโรคบางชนิด อาศัยมาจากการถ่ายภาพอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะเพื่อให้แพทย์ได้มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของกายวิภาคของร่างกายและด้านของการทำงาน การตรวจสอบด้านของเวชศาสตร์นิวเคลียร์ถือว่าเป็นการตรวจสอบที่มีความปลอดภัย ไม่เจ็บปวด ช่วยทำให้การวินิจฉัยมีความรวดเร็ว ถูกต้องมากยิ่งขึ้น นิยมนำมาใช้ในการตรวจวินิจฉัยจากหลายๆ อาการ เช่น โรคหัวใจ การติดเชื้อในกระดูก โรคเลือดอุดตันในปอด เนื้องอก อาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา รวมไปถึงการแพร่กระจายของเชื้อมะเร็ง เป็นต้น นอกจากนี้การรักษาแบบเวชศาสตร์นิวเคลียร์อาจใช้สำหรับการควบคุมโรค ขณะที่บางกรณีก็ใช้รักษาโรคที่มีเงื่อนไข เช่น มะเร็งต่อมไทรอยด์ ต่อมไทรอยด์ทำงานหนักมากจนเกินไป หรืออาการปวดกระดูกอันเกิดจากการแพร่กระจายของเชื้อมะเร็งไปยังกระดูก เป็นต้น การถ่ายภาพทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ถูกนำมาใช้สำหรับการตรวจสอบโรคที่มีเงื่อนไขอื่นๆ และโรคเกี่ยวกับเนื้องอก หลอดเลือดโป่งพอง การไหลเวียนของเลือดในเนื้อเยื่อผิดปกติหรือมีไม่เพียงพอ ความผิดปกติของเซลล์เม็ดเลือดและการทำงานของระบบอวัยวะที่ไม่เพียงพอต่อระบบ เช่น ข้อบกพร่องในการทำงานของปอด ต่อมไทรอยด์ เป็นต้น

เทคนิคเวชศาสตร์นิวเคลียร์ที่ใช้ในปัจจุบันจะประกอบไปด้วย Positron Emission Tomography, Single Photon Emission Computed Tomography, Cardiovascular imaging, Bone scanning นอกจากนี้ยังมีในส่วนของเวชศาสตร์นิวเคลียร์แบบเฉพาะทางที่ถูกให้บริการจากผู้เชี่ยวชาญซึ่งผ่านการรับรองทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ จะมีความชำนาญพิเศษขั้นสูงด้วยการผ่านโปรแกรมการฝึกอบรมขั้นสูงมาเป็นเวลาทั้งหมด 3 ปี และต้องผ่านคอร์สการฝึกอบรมให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาไม่เกิน 8 ปี ซึ่งรวมระยะเวลาทั้งหมดประมาณ 15 ปี ทั้งการจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยและการฝึกอบรมในภายหลัง ซึ่งเป็นระบบผู้เชี่ยวชาญในประเทศออสเตรเลีย แสดงให้เห็นว่าเวลานี้ก็มีผู้ให้ความสนใจพร้อมกับศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของเวชศาสตร์นิวเคลียร์อย่างจริงจังมาก แน่นอนว่ามันย่อมส่งผลดีต่อคนอย่างเราๆ ที่จะทำให้การรักษาโรคต่างๆ ทำได้ดีมากขึ้นกว่าเดิม