Opening Hours:Monday To Saturday - 8am To 9pm

LAPBAND-BLOG / Radiofreqncy surgery

โรคหัวใจตีบ สาเหตุของอาการที่เกิดขึ้น แนวทางการรักษา

โรคหัวใจเป็นอีกหนึ่งโรคที่คร่าชีวิตของคนไทย และทั่วโลกไปมากเหลือเกินส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าหัวใจจัดว่าเป็นอวัยวะที่สำคัญของมนุษย์เรา โรคหัวใจมีความผิดปกติมีหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละรูปแบบแม้ว่าจะเจ็บมากเจ็บน้อยต่างก็อันตรายด้วยกันทั้งนั้น อีกหนึ่งโรคหัวใจอันตรายมากก็คือ โรคหัวใจตีบโรคนี้เป็นอย่างไร รักษาอย่างไร

โรคหัวใจตีบ

ความผิดปกติเกี่ยวกับหัวใจอย่าง โรคหัวใจตีบนั้นเกิดจากเส้นเลือดที่เดินทางอยู่ในหัวใจนั้นเสื่อมสภาพลงไปด้วยสาเหตุต่างๆ กัน นั่นทำให้ไขมันและหินปูนสะสมจนเข้าไปเกาะเส้นเลือดแดงเมื่อมากถึงระดับหนึ่งเส้นเลือดจะอุดตันจนทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก หรือ หากอุดตันมากเกินไปจะทำให้เส้นเลือกแตกได้ ผลที่เกิดขึ้นก็คืออาจจะทำให้หัวใจขาดเลือดไปหล่อเลี้ยงหากช่วยเหลือไม่ทันอาจจะเสียชีวิตแบบเฉียบพลันได้เลย

อาการ

อย่างไรก็ตาม โรคหัวใจตีบเอง หากเส้นเลือดเริ่มจะมีปัญหาอย่างมาก ผลก็คือจะแสดงออกมาทางร่างกายด้วย แต่ความยากก็คืออาการที่แสดงออกมานั้นหากไม่ใช่คนที่เคยตรวจสุขภาพแล้วมีแนวโน้มว่าจะเป็นโรคนี้ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าอาการดังกล่าวเป็นสัญญาณอันตรายของโรคนี้ อาการก็คือ อาการเจ็บหน้าอกอย่างรุนแรง จนทนไม่ไหว เหมือนกับมีใครมากดหน้าอกไว้ตลอดเวลา เหมือนกับมีก้อนอิฐหลายร้อยก้อนกดทับไว้อยู่ บางรายอาจจะมีอาการเจ็บหน้าอกขึ้นไปถึงคาง หรือ เจ็บจากหน้าอกไปถึงแขนซ้ายร่วมด้วย

วิธีการรักษา

สำหรับอาการโรคหัวใจตีบนั้นหากเราโชคดีที่พบตอนมันยังไม่เป็นอะไรมาก เส้นเลือดยังไม่อุดตันมากเท่าไร แพทย์จะใช้วิธีการให้ยารับประทานเพื่อสลายไขมัน กับ หินปูนที่เกาะอยู่ออกไป หรือ อาจจะเลือกทำบอลลูนหัวใจแทนเพื่อให้เส้นเลือดได้ขยายตัว(เข้าไปขยายเส้นเลือดตีบให้กลับมาขยายตัวตามปกติ) หัวใจสามารถทำงานต่อได้แต่ถ้าหากเส้นเลือดอุดตันมากกว่า 70% นั่นแสดงว่าอาการของเรารุนแรงจนต้องทำการ “ผ่าตัด” เพื่อจัดการเส้นเลือดออกไป

วิธีการผ่าตัด

การผ่าตัดหัวใจเอาแค่ฟังก็ดูน่ากลัวแล้ว เพราะหากพลาดนั่นหมายถึงชีวิตได้เลย การผ่าตัดโรคหัวใจตีบนั้นทำขึ้นเพื่อจัดการเส้นเลือดที่อุดตันออก แล้วสร้างเส้นทางเดินเลือดใหม่โดยอาจจะนำเส้นเลือดแดงจากบริเวณอื่นมาทดแทนส่วนที่ต้องตัด หรือ ทำเส้นทางเดินเลือดใหม่ก็ได้ หลักการผ่าตัดจะมีสองวิธีคือ ผ่าตัดโดยที่หัวใจยังเต้นอยู่ กับ ผ่าตัดตอนที่หัวใจหยุดเต้นไปแล้ว ทั้งสองวิธีมีข้อดีข้อเสีย ความยากง่ายแตกต่างกันไปรวมถึงวิธีการพักฟื้นหลังการผ่าตัดด้วย หากใครไม่อยากผ่าตัดด้วยโรคนี้ ควรหมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำอย่างน้อยปีละสองครั้ง