Opening Hours:Monday To Saturday - 8am To 9pm

LAPBAND-BLOG / Radiofreqncy surgery

วงการแพทย์ต้องสั้นสะเทือนเมื่อมี วัคซีน HIV ที่กำลังจะได้เริ่มทดลองใช้ในมนุษย์กลางปี 2019 นี้

เป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับวงการแพทย์ และผู้ป่วย HIV เพราะว่าเรามีข่าวถึงการพัฒนาวัคซีนตัวใหม่ที่ผ่านการปรับแต่งให้เหมาะสม สามารถที่จะรับมือกับเชื้อ HIV ในปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากการทดลองในหนู หมู และลิง ทำให้พบว่าวัคซีนใหม่ตัวนี้ช่วยสร้างสารแอนติบอดีในร่างกาย และมันช่วยทำลายเชื้อ HIV กว่าหลายสายพันธุ์ การทดลองนี้จะช่วยให้สามารถนำไปพัฒนาต่อเพื่อนำมารักษาเชื้อ HIV ในร่างกายของมนุษย์ โดยการผลวิจัยนี้ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนผ่านนิตยสารการแพทย์ Nature Medicine ภายใต้การวิจัยของสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติ (NIAID) ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของสถาบันสุขภาพแห่งชาติ (National Institutes of Health) นักวิทยาศาสตร์ของ NIH นั้นพยายามที่จะใช้ความรู้จากการศึกษาผ่านโครงสร้างของเชื้อ HIV เพื่อมองหาจุดอ่อนของเชื้อไวรัส และนำมาใช้เป็นอาวุธในการทำลายพวกมัน ซึ่งการวิจัยนี้ทำให้เข้าใกล้ความสำเร็จไปอีกขั้น ภารกิจต่อไปก็คือการทำให้วัคซีนมีความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงที่สุด วัคซีนนี้สร้างขึ้นจาก เอปิโทป (epitope) เป็นกลุ่มเฉพาะของเอนติเจน ด้วยแอนตี้บอดี้จะเข้าเกาะเชื้อไวรัส HIV หลากหลายสายพันธุ์ และทำให้มันเป็นกลาง หรือถูกทำลายไป ถ้าถามว่าเจ้าเอปิโทปสุดแสนวิเศษนี้ทำไมมันถึงเพิ่งนำมาใช้กัน คำตอบก็คือพวกมันเพิ่งจะถูกค้นพบเมื่อเร็วๆ นี้ หรือเมื่อประมาณ 2 ปีก่อนนี้เอง ต้องขอบคุณเหล่านักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานกันอย่างไม่หยุดหย่อน เพื่อหาทางรักษาโรคร้ายให้หมดไป […]

เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ช่วยในการผ่าตัดต้อกระจกได้ง่ายขึ้น

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคุณอายุขึ้นเลข 50 และหมอบอกกับคุณว่า “คุณเป็นต้อกระจกครับ” บางคนถึงกับงง ว่ามันคืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร “ต้อกระจก” จะทำให้เกิดความขุ่นมัวในดวงตาของเรา ทำให้ทัศนะวิศัยในการมองเห็นลดลง ไม่สามารถแก้ปัญหาด้วยการใช้แว่นตา หรือคอนแทคเลน หรือการทำเลสิคก็ไม่ได้ผลเช่นกัน ถึงแม้ว่าต้อกระจกจะฟังดูน่ากลัว แต่หมอสามารถผ่าตัดช่วยให้กลับมามองเห็นได้เหมือนเดิมอีกครั้ง ต้อกระจกส่วนใหญ่แล้วเกิดกับคนที่สูงวัย โดยคิดเป็นประมาณ 68.3 เปอร์เซ็นของผู้สูงวัยตั้งแต่ 80 ปีขึ้นไปนั้น พบว่าเป็นต้อกระจกในดวงตา โชคดีที่การแพทย์สมัยใหม่ช่วยให้เราสามารถจัดการผ่าตัดรักษาโรคได้อย่างปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงสุด มีคนไข้กว่า 3 คนได้รับการผ่าตัดและหายดีในทุกๆ ปี และผลที่ออกมานั้นดีกว่าที่ประเมินเอาไว้มาก ทุกคนมีสายตาที่ปกติเหมือนคนทั่วไป ได้รับทัศนะวิศัยในการมองเห็นกลับคืนมาเหมือนเดิม ในการผ่าตัดนั้น จะเป็นการผ่าเอาวุ้นขุ่นในดวงตาออกและอุดช่องว่างนี้ด้วยวัสดุสังเคราะห์ที่เรียกว่า เลนส์แก้วตาเทียม (intraocular lens) เพื่อช่วยให้ดวงตากลับมาใสไม่ขุ่นมัว มองเห็นได้ชัดขึ้น กระบวนการรักษานั้นใช้เวลาเพียงไม่นาน และไม่จำเป็นจะต้องพักในโรงพยาบาล ในการแพทย์สมัยใหม่ จะมีการนำเครื่องอัลตราซาวนด์ความถี่สูงมาใช้ผ่าตัดก้อนขุ่นออกเป็นชิ้นๆ และจึงดูดออกมาด้วยความระมัดระวัง วิธีการนี้เรียกว่า Phacoemulsification หรือเรียกสั้นๆ ว่า “Phoco” ถือเป็นเทคนิคทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการผ่าตัดแบบเดียว ทำให้เกิดดวงตาที่ผลน้อยที่สุด ทำให้การฟื้นตัวเร็วขึ้น และลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนจากากรผ่าตัด เช่น จอประสาทหลุดลอก (retinal detachment) […]

รักษาผู้ป่วยจิตเวชด้วยไฟฟ้า Electroconvulsive Therapy

ผู้ป่วยจิตเวชในอดีตคนไทยมักเข้าใจว่าเป็นคนโรคจิตแต่ในความเป็นจริงผู้ป่วยจิตเวชคือคนป่วยคนหนึ่งที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับด้านสมอง ความคิด จิตใจ ไม่ใช่คนบ้าอย่างที่เข้าใจกัน เปรียบง่ายๆ ก็เหมือนคนที่เจ็บป่วยด้านร่างกาย เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ ทำนองนี้เพียงแต่ว่าอาการป่วยทางจิตเวชไมได้แสดงผลออกมาทางร่างกายแต่จะแสดงผลทางด้านความคิด พฤติกรรม เท่านั้น การรักษาผู้ป่วยจิตเวชจึงมีด้วยกันหลากหลายวิธีแต่วิธีหนึ่งที่ตอนนี้ถือว่าน่าสนใจมากๆ ก็คือ การรักษาผู้ป่วยจิตเวชด้วยไฟฟ้า Electroconvulsive Therapy การรักษาผู้ป่วยจิตเวชด้วยไฟฟ้า Electroconvulsive Therapy การรักษาด้วยไฟฟ้าหรือที่เรียกว่า Electroconvulsive Therapy (ECT) เป็นรูปแบบการรักษาด้วยการใช้กระแสไฟฟ้าซึ่งมีความเข้มข้นผ่านเข้าสู่สมองในระยะเวลาสั้นๆ เป็นการให้ผู้ป่วยเกิดอาการชักแต่จะส่งผลไปยังสภาพจิตใจให้ดีมากยิ่งขึ้น เปรียบเทียบให้เห็นภาพมากขึ้นก็คือ Electroconvulsive Therapy เป็นการใช้กระแสไฟฟ้าไปกระตุ้นเพื่อให้สารสื่อนำประสาทภายในสมองที่หลั่งออกมาอย่างผิดปกติกลับมาทำงานอย่างสม่ำเสมอ พอสารสื่อนำประสาทหลั่งออกมาอย่างต่อเนื่องเป็นปกติกระบวนการทำงานด้านสภาพจิตใจ สภาวะทางอารมณ์ ความรู้สึก ความคิด พฤติกรรมต่างๆ ก็จะกลับมาสู่สภาพปกติตามเดิม ข้อดีของการรักษาผู้ป่วยจิตเวชด้วยไฟฟ้า เป็นผลทำให้อาการทางจิตของผู้ป่วยด้านจิตเวชลดลงได้อย่างรวดเร็ว ไม่กอให้เกิดปัญหาการกำเริบของอาการกลับมาซ้ำ เหมาะกับผู้ป่วยที่มีปัญหาทางจิตขั้นรุนแรงจำเป็นต้องได้รับการรักษาแบบเร่งด่วนเพื่อควบคุมให้อาการป่วยทุเลาลง เช่น กลุ่มผู้ป่วยอาการคลุ้มคลั่ง มีความก้าวร้าว ใช้ความรุนแรง ผู้ป่วยที่เกิดภาวะซึมเศร้าขั้นหนักจนมีความคดอยากฆ่าตัวตายตลอด คนที่มีพฤติกรรมพยายามฆ่าตัวตาย กระนั้นแม้จำเป็นต้องใช้กับผู้ป่วยจิตเวชที่มีความต้องการแบบเร่งด่วนแล้ว การรักษาผู้ป่วยจิตเวชด้วยไฟฟ้านี้ยังสามารถใช้งานได้กับผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองกับยาหรือผู้ป่วยที่เสี่ยงต่อการรับยา เช่น หญิงกำลังตั้งครรภ์ ผู้ป่วยสูงอายุ ผู้ป่วยที่ทนผลข้างเคียงของยาไม่ไหว สำหรับผู้ป่วยที่ถูกประเมินว่าต้องเข้ารับการรักษาด้วยไฟฟ้าต้องผ่านการรักษาวิธีดังกล่าวอย่างน้อย 6-12 ครั้งแบบต่อเนื่องเฉลี่ยสัปดาห์ละ […]

คลื่นเสียงกับการรักษาโรคปวดหลังปวดคอ

อาการปวดหลังปวดคอแบบเรื้อรังพบได้ในกลุ่มผู้สูงวัยและกลุ่มวัยทำงาน ไม่ว่าจะนั่งทำงานอยู่ในท่าเดิมประจำหรือการทำงานหักโหมในกลุ่มแรงงานที่ต้องยกของหนักนำไปสู่ภาวะปวดหลังปวดคอที่เกิดจากฐานรองกระดูก ส่วนในรายอื่นอาจพบได้ตั้งแต่กำเนิดที่มีกระดูกสันหลังผิดรูป เกิดจากอุบัติเหตุ กระดูกหัก กระดูกเคลื่อนที่ โรคติดเชื้อ โรคเนื้องอกในกระดูกสันหลัง ฯลฯ ปัจจุบันการรักษาโรคปวดหลังปวดคอมีหลายวิธีโดยไม่ต้องผ่าตัด หนึ่งในนั้นคือการใช้พลังงานคลื่นเสียงรักษาเป็นเทคนิคสมัยใหม่ที่ใช้เวลาน้อยที่สุดและผู้ป่วยเจ็บปวดน้อยที่สุดด้วย คลื่นเสียงกับการรักษาอาการปวดหลังปวดคอ การรักษาโรคปวดหลังปวดคอที่ใช้คลื่นเสียงเรียกว่า Disc Nucleoplasty เป็นเทคนิคใหม่ใช้รักษาอาการปวดหลัง ปวดคอ เนื่องจากหมอนกระดูกสันหลัง โดยในทางการรักษาแล้วจะใช้พลังงานคลื่นเสียง เพื่อทำหน้าที่สลายและดูดเอาเศษชิ้นเนื้อขนาดเล็กออกจากหมอนรองกระดูกสันหลังที่ก่อให้เกิดอาการดังกล่าว ผู้ป่วยที่เหมาะสมกับการรักษาด้วย Disc Nucleoplasty ต้องมีสาเหตุมาจากหมอนรองกระดูกสันหลังอักเสบ ในระยะแรกแพทย์จะทำการให้ยาต้านการอักเสบ การรักษากายภาพบำบัด หรือให้ยาฉีดเฉพาะที่ก่อน หากภายใน 1-2 เดือนอาการยังไม่ดีขึ้นแพทย์จะพิจารณาให้รักษาด้วยวิธี Disc Nucleoplasty วิธีการรักษาด้วย Disc Nucleoplasty เริ่มจากการวินิจฉัยก่อนว่ามาจากหมอนรองกระดูกสันหลังหรือไม่ โดยใช้เครื่องช่วยตรวจร่างกาย X-ray MRI ที่เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าตรวจหา เมื่อทราบสาเหตุที่แท้จริงแล้วจึงให้ยาชาเฉพาะที่และยาระงับประสาทอ่อนๆ จากนั้นจะให้แพทย์เฉพาะทางใช้เข็ม introducer เจาะผ่านแทรกเข้าไปในหมอนรองกระดูกสันหลังแล้วปล่อยพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงส่งผ่านเข็มโดยทำการดูดเอาเนื้อเยื่อส่วนนูนหรือส่วนที่เกินออกมาจากหมอนรองกระดูกสันหลัง เนื้อเยื่อจะเกิดการสลายและหดตัวทำให้การอักเสบและการกดทับเส้นหายไปได้ ข้อดีในการรักษาด้วยเทคโนโลยี Disc Nucleoplasty ข้อดีของการใช้คลื่นเสียงรักษาโรคปวดคอปวดหลังคือ ใช้เวลารักษาน้อยที่สุดเพียงแค่ 60 นาทีหรือน้อยกว่านั้น ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บปวดระหว่างการรักษาน้อยมากเพราะไม่ต้องผ่าตัด ไม่สูญเสียเลือด เนื้อเยื่อบริเวณใกล้เคียงก็ไม่ถูกทำลายหรือได้รับผลกระทบ […]

ยาสำหรับการรักษาหอบหืด

อาการหอบหืดส่วนใหญ่แล้วมักเป็นอาการที่เกิดจากโรคประจำตัวเป็นหลัก ซึ่งหลายคนก็มองว่าอาการเหล่านี้จะค่อนข้างเป็นอันตรายมากๆ ถ้าหากว่าไม่มีการรักษาให้ถูกวิธี เพราะฉะนั้นการรู้จักยาที่ช่วยในการรักษาโรคหอบหืดประเภทต่างๆ จึงเป็นเรื่องสำคัญเพื่อที่ว่าแม้ตัวเองจะไม่ได้เป็นแต่ถ้าหากมีคนใกล้ตัวเป็นโรคนี้จะได้รู้จักวิธีการรักษาและการแก้ไขได้อย่างถูกต้อง เพราะฉะนั้นมารู้จักกับยาสำหรับรักษาหอบหืดว่ามีประเภทไหนบ้าง ทำความรู้จักกับยารักษาหอบหืด ยาควบคุมหอบหืดระยะยาว – ทำหน้าที่ในการช่วยป้องกันอาการบวมหรืออาการอักเสบของหลอดลม เช่น สเตียรอยด์แบบสูดดม, ยาทีโอฟิลลีน, ยากระตุ้นประสาทซิมพาเทติกแบบออกฤทธิ์นาน สเตียรอยด์แบบสูดดมจัดเป็นยาที่ช่วยรักษาอาการได้ดีที่สุดแต่ใช้เวลาหลายสัปดาห์จึงเห็นผล ต้องใช้ทุกวันแม้ไม่มีอาการหากหยุดเองอาจกลับมากำเริบได้อีกแต่ถ้าพ่นขณะหอบก็ไม่ช่วยเช่นกัน ยาบรรเทาอาการที่เกิดแบบเฉียบพลัน – ใช้เมื่อรู้สึกหอบเพื่อให้อาการลดลงอย่างรวดเร็ว จะช่วยเปิดช่องทางเดินหายใจให้กว้างขึ้น ลดการบีบตัวของหลอดลม ควบคุมอาการของโรคได้แบบฉับพลัน ออกฤทธิ์เร็วและนาน เช่น สเตียรอยด์แบบฉีด ยาขยายหลอดลม – แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ ยากระตุ้นประสาทซิมพาเทติกทั้งแบบเห็นผลช้าและเร็ว, ยาต้านประสาทพาราซิมเทติก และยาทีโอฟิลลีน ยากระตุ้นประสาทซิมพาเทติกแบบเห็นผลเร็วเหมาะกับผู้ป่วยหอบหืดฉับพลัน ยากระตุ้นประสาทซิมพาเทติกเห็นผลช้าแต่ยาวนานเหมาะกับผู้ป่วยหอบหืดต่อเนื่อง อาการหนัก ลดอาการไอและหอบตอนกลางคืนได้ ใช้คู่กับสเตียรอยด์กรณีร่างกายรับสเตียรอยด์ไม่ดีนัก ส่วนยาต้านประสาทพาราซิมเทติกให้ผลช้า ยากลุ่มแทนซีนหรือยาทีโอฟิลลีนมีทั้งช้าและเร็ว ทำให้กระบังลมหดตัวดีชึ้น ขยายหลอดลม ลดการเกร็งกล้ามเนื้อหลอดลม กำจัดเสมหะ ป้องกันหลอดเลือดฝอยแตก ลดเสมหะ ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ – บางทีหอบหืดไม่ได้เกิดจากการหดตัวของหลอดลมแต่มาจากการอับเสบต่อเนื่อง ทำให้มีการพัฒนายาขยายหลอดลมมาเป็นยาแก้อักเสบแบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือ สูดดม กิน […]

รู้จักกับความผิดปกติของหลอดเลือด (เส้นเลือดขอด)

อาการเส้นเลือดขอดเป็นอาการที่เรามักได้ยินกันอยู่บ่อยๆ ซึ่งบางคนก็มองว่าอาจไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไรทว่าจริงๆ แล้วไม่ว่าจะเป็นอาการใดก็ตามหากเกิดขึ้นกับร่างกายย่อมไม่ส่งผลดีต่อร่างกายของเราด้วยกันทั้งสิ้น อาการเส้นเลือดขอดนี้ก็เช่นเดียวกันหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องก็อาจทำให้ร่างกายเกิดปัญหาขึ้นในอนาคตได้เช่นเดียวกัน ลองมาทำความรู้จักกับอาการเส้นเลือดขอดรวมถึงรายละเอียดต่างๆ ที่น่าสนใจว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง รู้จักกับความผิดปกติของหลอดเลือด (เส้นเลือดขอด) อาการเส้นเลือดขอดเป็นภาวะในการมีความผิดปกติของหลอดเลือดดำ ส่วนใหญ่แล้วมักจะหมายถึงความผิดปกติของเส้นหลอดเลือดตรงส่วนขา เป็นความผิดปกติของหลอดเลือดดำที่ทำให้ผู้มีอาการดังกล่าวต้องมาเข้ารับการรักษาจากแพทย์ โดยหลอดเลือดดำที่ขานั้นเลือดจะถูกลำเลียงกลับไปยังหัวใจด้วยความดันราว 20 มิลลิเมตรปรอท ซึ่งเลือดในกล้ามเนื้อขาจะเข้าไปตรงหลอดเลือดดำส่วนลึก ในส่วนของเลือดจากผิดหนังกับเนื้อเยื่อที่อยู่รอบนอกก็จะไหลไปตามเส้นหลอดเลือดดำ หากเกิดความผิดปกติจากการรวมกันของหลอดเลือดดำตรงบริเวณนี้จะทำให้เลือดไหลย้อนลงมาตามหลอดเลือดดำส่วนตื้นจนก่อให้เกิดการโป่งขยายตัวของหลอดเลือดดำส่วนปลายซึ่งเราเรียกภาวะดังกล่าวว่า ภาวะหลอดเลือดขอด สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการหลอดเลือดขอด จริงๆ แล้วสาเหตุสุ่มเสี่ยงที่ทำให้เกิดอาการหลอดเลือดขอดนั้นมีอยู่ด้วยกันมากมายสามารถจำแนกออกมาเป็นรายละเอียดต่างๆ ได้ดังนี้ เมื่อมีอายุมากขึ้นสามารถพบอาการหลอดเลือดขอดได้สูงถึง 70% โดยเฉพาะคนที่อายุ 70 ปีขึ้นไปมีโอกาสพบอาการนี้ได้สูงมาก ผู้ป่วยที่ประวัติครอบครัวเคยมีผู้ที่มีอาการป่วยเป็นหลอดเลือดขอดหรือเส้นเลือดขอด อาการเส้นเลือดขอดหรือหลอดเลือดขอดสามารถพบได้ในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย อาการหลอดเลือดขอดสามารถพบได้ในระหว่างการตั้งครรภ์สืบเนื่องมาจากว่าอาจมีระดับของฮอร์โมนสูงกว่าปกติ ผู้ที่ต้องทำงานด้วยการยืนเป็นเวลานานในแต่ละวัน ทำติดต่อกันนานมากๆ กลุ่มคนที่มีน้ำหนักตัวสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานหรือกลุ่มคนอ้วนนั่นเอง พบมากในประชากรกลุ่มประเทศตะวันตกถึง 12% ซึ่งส่วนหนึ่งมีผลมาจากอาหารที่ทานด้วย การรักษาอาการเส้นเลือดขอด จริงแล้วสามารถทำได้หลายวิธีทั้งการให้คำแนะนำของแพทย์ การใช้ถุงน่องทางการแพทย์ การพันผ้ายึด การฉีดยาเข้าไปยังเส้นเลือดที่ขอด หรือแม้แต่การผ่าตัด ขึ้นอยู่กับอาการของโรคที่เป็นว่าหนักเบาขนาดไหนโดยหมอจะเป็นผู้วินิจฉัย

ความปลอดภัยจากการฉายรังสีให้แก่เด็ก

หากนึกถึงพื้นฐานปกติคนทั่วไปมักจะคิดว่าการฉายรังสีคือการรักษาโรคที่เกิดขึ้นกับผู้ใหญ่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เนื่องจากว่าเด็กๆ คงไม่ได้มีอาการป่วยถึงขั้นว่าต้องทำการฉายรังสีเพื่อทำการรักษาอย่างแน่นอน ทว่าจริงๆ แล้วทั้งเด็กและผู้ใหญ่สามารถเกิดอาการป่วยที่จำเป็นต้องใช้การฉายรังสีได้ด้วยกันทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าจะเกิดขึ้นกับใครเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นปัญหาของการเกิดการฉายรังสีจากเด็กทำให้เกิดข้อสงสัยกับหลายคนมากว่ามีความปลอดภัยมากน้อยแค่ไหน ลองมาทำความเข้าใจและเรียนรู้รายละเอียดเหล่านี้ไปพร้อมๆ กัน ความปลอดภัยของเด็กจากการฉายรังสี การฉายแสงหรือที่เรียกว่า รังสีรักษา ถือว่าเป็นรูปแบบการรักษาที่ดีมากๆ สำหรับโรคมะเร็งบางประเภทในเด็ก ส่งผลให้เกิดอัตราการหายขาดจากโรคดังกล่าวนั้นมากขึ้น ส่วนใหญ่แล้วมักจะใช้วิธีรังสีรักษาร่วมกับการให้ยาเคมีบำบัดเพื่อหวังผลว่าจะได้หายขาด ทำให้จริงๆ แล้วการฉายรังสีในเด็กจึงไม่เหมือนกับการรักษาด้วยการฉายรังสีในผู้ใหญ่ที่ไม่มีทางเลือกสำหรับการรักษาอื่นใดนอกจากการฉายรังสีเพื่อหวังแค่ยืดอายุให้ยาวนานขึ้นไปอีกแค่นั้นเอง ว่ากันตามความเป็นจริงผลข้างเคียงของการฉายรังสีให้กับเด็กเล็กจะมีมากกว่าเด็กโตหรือผู้ใหญ่ ผลข้างเคียงเบื้องต้นก็คือกระดูกส่วนที่โดนรังสีอาจหยุดการเจริญเติบโตส่งผลให้ความสูงไม่เป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น หากว่าเด็กคนดังกล่าวโตได้อย่างเต็มที่แขนขาข้างที่ได้รับการฉายรังสีก็จะสั้นกว่าแขนขาอีกข้างหนึ่ง ส่วนการฉายรังสีที่สมองเพื่อใช้รักษาอาการโรคมะเร็งสมองในเด็กเล็กจะส่งผลให้สมองเกิดการพัฒนาที่ช้ากว่าปกติ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ทางการแพทย์จะมีการพยายามหลีกเลี่ยงการฉายรังสีในเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 3 ปี ซึ่งถ้าบางอาการหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็จำเป็นต้องฉายแล้วก็เป็นความคิดเห็นของผู้ปกครองเด็กที่จะต้องมองดูผลดีผลเสียของรังสีต่อเด็กในการรักษาโรคว่าแบบไหนคุ้มกว่ากัน การฉายรังสีที่สมองในเด็กส่วนใหญ่เพื่อรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิด acute lymphoblastic leukemia เพื่อป้องกันไม่ให้เซลล์มะเร็งกลับมาในน้ำไขสันหลัง การฉายรังสีของโรคนี้จะให้ปริมาณไม่มากแต่ก็ได้ผลดี ไม่ส่งผลเสียต่อสมอง สติปัญญา หรือความสูง ส่วนการฉายรังสีโรคมะเร็งสมองหรือระบบประสาทจะให้ขนาดสูงสุดเท่าที่ร่างกายรับไหว เรื่องของการฉายรังสีมักให้แค่วันละครั้งในปริมาณที่น้อยติดต่อกัน 5 วันต่อสัปดาห์ ครั้งหนึ่งใช้เวลา 5 นาที เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับเด็กมากจนเกินไป ถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจและศึกษารายละเอียดต่างๆ ให้ดีสำหรับการรักษา

การถ่ายภาพด้วยคลื่นวิทยุสำหรับเด็ก

ปกติแล้วการตรวจโรคที่เกี่ยวข้องกับเด็กจำเป็นต้องใช้การตรวจที่ได้รับการกระทบกระเทือนน้อยที่สุดโดยเฉพาะกับเด็กเล็ก เพราะนอกจากเด็กเหล่านี้จะยังไม่เข้าใจในการสื่อสารที่ชัดเจนแล้วอวัยวะต่างๆ ในร่างกายของเด็กเองก็ยังไม่เจริญเติบโตมากพออย่างเต็มที่เหมือนผู้ใหญ่ที่มีความแข็งแรงมากพอต่อการอดทนในสิ่งต่างๆ เพราะฉะนั้นหากมีความรุนแรงมากเกินไปก็อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นกับเด็กได้ ซึ่งการตรวจคลื่นวิทยุหรือการตรวจแบบคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ (Echocardiogram) ก็เป็นการตรวจอีกประเภทหนึ่งที่ต้องอาศัยความชำนาญและความพิถีพิถันต่อการตรวจเป็นอย่างมาก เพื่อช่วยให้การวินิจฉัยอาการในเด็กเป็นไปอย่างถูกต้องที่สุด การตรวจแบบคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ ก่อนการตรวจเด็กทุกครั้งไม่ว่าจะเป็นการตรวจประเภทใดก็ตามจำเป็นต้องมีการซักประวัติหรือซักอาการเสียก่อนเพื่อให้มั่นใจว่าการตรวจในแต่ละครั้งจะเป็นการตรวจที่ถูกต้องที่สุด ต้องมีการถามอาการที่ชัดเจนว่าเป็นอย่างไรบ้าง เช่น อาการหอบหืด เหนื่อย ขณะขยับตัวหรือทำกิจกรรมต่างๆ หรือหากเด็กเล็กเวลาดูดนมแล้วจะหยุดเป็นพักๆ เป็นต้น ซึ่งการตรวจแบบคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ ดังนี้ การตรวจทางผนังทรวงอกด้านนอก (Transthoracic echocardiography) จะทำให้เห็นความผิดปกติต่อโครงสร้างหัวใจและหลอดเลือด ทิศทางการไหลของเลือด ความดันจากในห้องหัวใจและหลอดเลือด ลักษณะการตรวจแบบนี้จะปลอดภัย ไม่มีอาการเจ็บปวด ไม่มีผลกระทบจากคลื่นเสียงใดๆ ทั้งสิ้น ทว่าเด็กจะต้องให้ความร่วมมือสูงด้วยการนอนนิ่งๆ เป็นระยะเวลาครู่หนึ่ง ถ้าหากว่าพบเด็กที่ไม่ให้ความร่วมมือที่ดีจำเป็นต้องมีการให้ยานอนหลับอ่อนๆ ก่อนการตรวจที่สำคัญต้องงดน้ำและอาหารด้วย การตรวจผ่านกล้องตรวจในหลอดอาหาร (Transesophageal echocardiography) การตรวจประเภทนี้จะทำก็ต่อเมื่อการตรวจทางผนังทรวงอกด้านนอกแล้วเห็นการเปลี่ยนแปลงหรืออาการต่างๆ ไม่ชัดเจน เช่น การดูลิ่มเลือดในหัวใจ รวมไปถึงยังใช้ร่วมกับการทำบอลลูนหัวใจอีกด้วยในกรณีการตรวจลักษณะที่ว่านี้ การเตรียมตัวของเด็กก่อนการเข้าตรวจ งดอาหารและน้ำดื่มอย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนการเข้าตรวจทุกครั้ง หากเป็นเด็กโตหน่อยก็สามารถอธิบายขั้นตอนการตรวจคร่าวๆ ให้ฟังได้เพื่อให้เกิดความเข้าใจและให้ความร่วมมือที่ดีระหว่างการตรวจ สำหรับผู้ป่วยที่เคยมีประวัติได้รับยาละลายลิ่มเลือดต้องมีการติดตามผล PT, PTT ก่อนการตรวจ ส่วนทางพยาบาลเองต้องมีการเตรียมยา อุปกรณ์สำหรับการช่วยชีวิต […]

X-ray (Radiography) คืออะไรและมีประโยชน์อย่างไรบ้าง

เชื่อว่าพื้นฐานของมนุษย์ทุกคนต้องรู้จักวิธีการวินิจฉัยอาการของโรคด้วยการ X-ray กันเป็นอย่างดี เผลอๆ น่าจะเคยผ่านการ X-ray กันมาแล้วแทบทุกคนด้วยซ้ำ ถือเป็นวิธีทางการแพทย์ที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ที่สำคัญยังช่วยให้การตรวจสอบเกี่ยวกับอวัยวะภายในต่างๆ เห็นภาพได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นด้วย แต่คนส่วนมากก็มักจะรู้จักแค่ว่าการ X-ray ก็คือการเข้าเครื่องที่ผ่านรังสีแล้วออกมาเป็นภาพภายในร่างกายของเรา ทว่าจริงๆ แล้วมันยังมีอะไรที่มากมายกว่านั้นเกี่ยวกับเรื่องของการ X-ray ทำความรู้จักกับเรื่องของการ X-ray การ X-ray เป็นการใช้รังสีเอกซ์ซึ่งเป็นรังสีที่ทางการแพทย์ใช้เพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรคต่างๆ รังสีประเภทนี้จัดอยู่ในรังสีประเภทไอออนไนซ์ เป็นการนำมาถ่ายภาพอวัยวะต่างๆ ที่มีการสงสัยว่าอาจทำให้เกิดโรคส่งผลให้แพทย์สามารถมองเห็นอวัยวะภายในต่างๆ ตรงนั้นได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ซึ่งเราก็เรียกเครื่องถ่ายภาพที่ใช้ถ่ายภาพดังกล่าวว่า เครื่องเอกซเรย์ ทุกวันนี้เครื่องเอกซเรย์ได้มีการพัฒนาที่ก้าวไกลมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมทำให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคต่างๆ ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ปกติแล้วเราจะรู้จักการตรวจเอกซเรย์เป็นการตรวจในรูปแบบที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีนั่นคือ การเอกซเรย์ทั่วไป ซึ่งการตรวจโรคด้วยการเอกซเรย์นี้มามาอย่างยาวนานมากๆ แล้วตั้งแต่การค้นพบรังสีนี้เป็นครั้งแรกเมื่อปี 1895 จากฝีมือของนักฟิสิกส์ชาวเยอรมันนามว่า Wilhelm Conrad Rontgen ส่งผลให้บางประเทศที่ใช้งานรังสีดังกล่าวนี้ก็มักเรียกว่า รังสีเรินแกน ลักษณะการทำงานคือเมื่อเนื้อเยื่อได้รับรังสีเอกซเรย์ก็จะมีการดูดซึมรังสีดังกล่าวเอาไว้ พอมีการถ่ายทอดลงมายังแผ่นฟิล์มก็จะส่งผลให้เกิดภาพบนฟิล์มที่เป็นสีดำ เทา หรือขาวขึ้นมาขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของอะตอมและชนิดของแร่ธาตุในแต่ละเนื้อเยื่อ หากเนื้อเยื่อมีแคลเซียมสูงภาพเอกซเรย์ก็จะเป็นสีขาว เช่น กระดูก แต่ถ้าเนื้อเยื่อมีอากาศก็จะเป็นสีดำ เช่น ปอด หากเนื้อเยื่อที่มีการผสมกันระหว่างอากาศกับแคลเซียมคือกระดูกภาพที่ออกมาก็จะเป็นสีเทาลดหลั่นกันออกไป ลักษณะดังกล่าวที่ว่ามานี้ช่วยให้เราสามารถเห็นความผิดปกติภายในร่างกายได้ชัดเจนมากขึ้นซึ่งแพทย์ก็จะสามารถใช้ในการวินิจฉัยโรคต่อไปด้วย ปกติแล้วการเอกซเรย์ธรรมดาเป็นการเอกซเรย์พื้นฐานที่อวัยวะทุกส่วนของร่างกายสามารถทำได้ไม่ว่าจะเป็น กะโหลก, ฟัน, […]

Ultrasound คืออะไรและมีประโยชน์อย่างไรบ้าง

คำว่า Ultrasound เรามักจะได้ยินกันบ่อยมากๆ เวลาที่มีคนท้องแล้วต้องการรู้ว่าลูกในท้องเป็นอย่างไร แข็งแรงแค่ไหน เพศอะไร เป็นต้น หลายคนเข้าใจว่าการ Ultrasound คือการตรวจเกี่ยวกับเรื่องของคนท้องเพียงอย่างเดียว ทว่าจริงๆ แล้วการตรวจวินิจฉัยด้วยการ Ultrasound ยังมีจุดประสงค์อื่นๆ อีกหลายข้อไม่ใช่แค่เรื่องของเด็กในท้องแม่เท่านั้น ถือว่าเป็นวิธีการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ที่มีการพัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญในยุคนี้การ Ultrasound ยังเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากกว่าเดิมอีกด้วย ทำความรู้จักกับเรื่อง Ultrasound Ultrasound หรือบางคนก็เรียกว่า Ultrasonogram, Ultrasonography, Medi Cal ultrasonography, Sonogram, Sonography แล้วแต่คนจะเรียก เป็นการตรวจวินิจฉัยจากการใช้คลื่นเสียงกำลังสูงแล้วสะท้อนขึ้นมาให้เกิดภาพ สามารถทำการตรวจเนื้อเยื่อ อวัยวะต่างๆ เพื่อทำให้ได้เห็นถึงความผิดปกติหรือความปกติ ส่งผลให้การวินิจฉัยของแพทย์ทำได้ง่ายมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม แม้ว่าการตรวจด้วยการ Ultrasound อาจมีความชัดเจนสู้การเอกซเรย์ การทำ MRI ไม่ได้ แต่จากเหตุผลนี้ทำให้ค่าใช้จ่ายของการ Ultrasound จะถูกกว่ามาก มีผลข้างเคียงที่น้อยกว่า การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือ MRI เนื่องจากไม่มีรังสีเอกซ์จากคลื่นแม่เหล็ก คลื่นวิทยุ และไม่มีการฉีดสี นั่งจึงส่งผลให้การ Ultrasound มักจะใช้กับการตรวจเด็กทารกในครรภ์ของคุณแม่ทั้งหลาย ที่ถึงแม้ว่าความชัดเจนของภาพจะไม่สูงแต่ก็ไม่ได้ด้อยจนมองไม่ชัดเจน […]