Opening Hours:Monday To Saturday - 8am To 9pm

LAPBAND-BLOG / Radiofreqncy surgery

Interventional radiology คืออะไรและมีประโยชน์อย่างไรบ้าง

การใช้รังสีทางการรักษาในการแพทย์จัดเป็นวิวัฒนาการด้านการแพทย์อีกแขนงหนึ่งที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อให้สามารถรักษาอาการป่วยของคนไข้ได้ดีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม หากย้อนกลับไปหลายร้อยปีก่อนคงแทบไม่มีใครเชื่อว่าวิวัฒนาการด้านการรักษาในลักษณะนี้จะเกิดขึ้นจริง แต่ด้วยความที่มนุษย์เราเองมีความพยายามอย่างแรงกล้าต่อเรื่องของการรักษาชีวิตเพื่อนมนุษย์เอาไว้ การพัฒนาทางการแพทย์จึงค่อยๆ ก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งปัจจุบันการพัฒนาทางการแพทย์ก็ก้าวมาไกลสุดๆ แม้ว่าจะยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ทุกโรคแต่ก็ถือว่าช่วยประคับประคองได้เป็นอย่างดี หนึ่งในวิธีการรักษาที่จำเป็นต้องใช้อย่างมากในยุคนี้ก็คือ Interventional radiology ซึงหากบอกแบบนี้หลายคนอาจยังไม่รู้จักแน่นอน เพราะฉะนั้นลองมาทำความรู้จักกันดู

ทำความรู้จักกับ Interventional radiology

Interventional radiology หมายถึง รังสีร่วมรักษา เป็นลักษณะของการตรวจและวินิจฉัยโรคทางการแพทย์วิธีหนึ่งจากแพทย์ที่มีความสามารถเฉพาะทางสาขารังสีวินิจฉัย หรือรังสีวิทยาทั่วไป ที่เราเรียกกันว่า แผนกเอกซเรย์ การวินิจฉัยโรคทางรังสีร่วมรักษา หรือ Interventional radiology จะใช้การเจาะ การดูดเซลล์เพื่อเป็นการตรวจทางเซลล์วิทยา หรือไม่ก็เป็นกรตัดชิ้นเนื้อเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา ทว่าความแตกต่างของแนวทางการตรวจของแพทย์ประเภทนี้ที่ไม่เหมือนกับแพทย์สาขาอื่นก็คือ การตรวจ, เจาะ, ดูดจะอยู่ภายใต้แนวทางของการอัลตราซาวด์, การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือ MRI ส่งผลให้ความแม่นยำในการตรวจรักษามีมากกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว สำหรับการรักษาโรคทางรังสีร่วมรักษา ก็คือ การรักษาโรคด้วยวิธีการสอดสวนท่อขนาดเล็กเข้าไปทางหลอดเลือดดำหรือไม่ก็หลอดเลือดแดงขึ้นอยู่กับชนิดของโรคและการวินิจฉัยของแพทย์ เพื่อเข้าสู่หลอดเลือดช่องเนื้อเยื่อหรือในบริเวณอวัยวะที่เกิดโรคอยู่ การกระทำดังกล่าวนี้จะทำภายใต้การตรวจเอกซเรย์เช่นเดียวกันซึ่งจะส่งผลให้การตรวจรักษามีความแม่นยำมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม เมื่อสอดใส่ท่องได้เรียบร้อยก็จะมีการอัดฉีดยาให้เข้าไปทางท่อนั้นสู่เนื้อเยื่อหรืออวัยวะดังกล่าวโดยตรงเพื่อให้เกิดการรักษาโรคตามที่ต้องการ อาทิ การรักษาอาการของโรคมะเร็งตับ

ไม่ก็เป็นการใส่สารอุดตันหลอดเลือดเส้นนั้นๆ เพื่อให้หลอดเลือดเกิดการอุดตัน แล้วค่อยทำการตัดกรหล่อเลี้ยงก้อนมะเร็ง จากนั้นก้อนเนื้อดังกล่าวก็จะตายลงเพราะขาดเลือด ไม่ว่าจะเป็นการรักษาโรคมะเร็งตับ การรักษาอาการที่มีภาวะเลือดออกรุนแรง เช่น ภาวะเลือดออกในลำไส้ใหญ่อย่างรุนแรง หรือแม้แต่การรักษาโรคหลอดเลือดสมองโป่งพองก็ใช้วิธีการนี้ได้ด้วยเช่นเดียวกัน เป็นการทำความเข้าใจในด้านการแพทย์ที่น่าสนใจอีกวิธีหนึ่ง ถือว่าได้เรียนรู้ในสิ่งที่สร้างประโยชน์ได้ดี