Opening Hours:Monday To Saturday - 8am To 9pm

ศูนย์รวบรวมข้อมูล เทคโนโลยีการผ่าตัด ที่สุดทันสมัย

ฝุ่น pm 2.5 คือ ไม่รักษาไม่ป้องกันอาจเกิดภัยกับตัวเอง

ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ไม่น่าเชื่อว่าตอนนี้ประเทศไทย โดยเฉพาะเมืองหลวงอย่างกรุงเทพกำลังเผชิญกับภัยคุกคามครั้งใหม่ที่อันตรายกว่าเดิมในเรื่องของสุขภาพนั่นก็คือ ฝุ่น pm 2.5 เราขอบอกเลยว่าเจ้าตัวนี้เปรียบได้กับ มัจจุราช ตัวใหม่ที่จะมาทำร้าย ทำลายสุขภาพของคนไทยมันมีความน่ากลัว อันตรายมากกว่าที่เราคิดไว้เสียอีก มันคืออะไรเรามาทำความรู้จักมันกัน ฝุ่น pm 2.5 คืออะไร ต้องบอกก่อนว่า เมืองหลวงอย่างกรุงเทพนั้น มีฝุ่นควันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ส่วนฝุ่น pm 2.5 เอาจริงก็อยู่กันมานานแล้วสำหรับ ฝุ่น pm 2.5 มันคือ ฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กถึง 2.5 ไมครอน ถามว่าความเล็กขนาดนี้มันเท่าไหน เทียบง่ายๆว่ามันเล็กกว่าเส้นผมของเราอีก 20 เท่าพูดว่ามองไม่เห็นด้วยตาเปล่าจะเข้าใจได้ง่ายสุด ร่างกายกรองไม่ได้ ความน่ากลัวอย่างแรกของ ฝุ่น pm 2.5 นั่นก็คือความเล็กของมันนั่นแหละ อนุภาคความเล็กขนาดนี้ความน่ากลัวก็คือมันสามารถเข้าสู่ร่างกายของเราผ่านทางรูจมูก พร้อมกับลมหายได้เลย จากนั้นมันสามารถทะลุทะลวงเข้าไปถึงร่างกายด้านใน ถึงถุงลมปอดได้แบบไม่มีอะไรมาขวาง มากกรองมันออกไปได้ เราจึงต้องรับมันสะสมเข้าไปแบบช่วยไม่ได้เลย โรคที่จะเกิดขึ้นตามมา พอฝุ่น pm 2.5 มันสะสมในร่างกายเป็นปริมาณมาก เรื่องต่อไปที่จะเกิดขึ้นก็คือ คนจะป่วยกันมากขึ้น กลุ่มแรกที่โดนก่อนเลยก็คือคนที่มีโรคระบบทางเดินหายใจ พวกไซนัส […]

วงการแพทย์ต้องสั่นสะเทือนเมื่อมี วัคซีน HIV ที่กำลังจะได้เริ่มทดลองใช้ในมนุษย์กลางปี 2019 นี้

เป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับวงการแพทย์ และผู้ป่วย HIV เพราะว่าเรามีข่าวถึงการพัฒนาวัคซีนตัวใหม่ที่ผ่านการปรับแต่งให้เหมาะสม สามารถที่จะรับมือกับเชื้อ HIV ในปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากการทดลองในหนู หมู และลิง ทำให้พบว่าวัคซีนใหม่ตัวนี้ช่วยสร้างสารแอนติบอดีในร่างกาย และมันช่วยทำลายเชื้อ HIV กว่าหลายสายพันธุ์ การทดลองนี้จะช่วยให้สามารถนำไปพัฒนาต่อเพื่อนำมารักษาเชื้อ HIV ในร่างกายของมนุษย์ โดยการผลวิจัยนี้ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนผ่านนิตยสารการแพทย์ Nature Medicine ภายใต้การวิจัยของสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติ (NIAID) ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของสถาบันสุขภาพแห่งชาติ (National Institutes of Health) นักวิทยาศาสตร์ของ NIH นั้นพยายามที่จะใช้ความรู้จากการศึกษาผ่านโครงสร้างของเชื้อ HIV เพื่อมองหาจุดอ่อนของเชื้อไวรัส และนำมาใช้เป็นอาวุธในการทำลายพวกมัน ซึ่งการวิจัยนี้ทำให้เข้าใกล้ความสำเร็จไปอีกขั้น ภารกิจต่อไปก็คือการทำให้วัคซีนมีความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงที่สุด วัคซีนนี้สร้างขึ้นจาก เอปิโทป (epitope) เป็นกลุ่มเฉพาะของเอนติเจน ด้วยแอนตี้บอดี้จะเข้าเกาะเชื้อไวรัส HIV หลากหลายสายพันธุ์ และทำให้มันเป็นกลาง หรือถูกทำลายไป ถ้าถามว่าเจ้าเอปิโทปสุดแสนวิเศษนี้ทำไมมันถึงเพิ่งนำมาใช้กัน คำตอบก็คือพวกมันเพิ่งจะถูกค้นพบเมื่อเร็วๆ นี้ หรือเมื่อประมาณ 2 ปีก่อนนี้เอง ต้องขอบคุณเหล่านักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานกันอย่างไม่หยุดหย่อน เพื่อหาทางรักษาโรคร้ายให้หมดไป […]

Ultrasound คืออะไรและมีประโยชน์อย่างไรบ้าง

คำว่า Ultrasound เรามักจะได้ยินกันบ่อยมากๆ เวลาที่มีคนท้องแล้วต้องการรู้ว่าลูกในท้องเป็นอย่างไร แข็งแรงแค่ไหน เพศอะไร เป็นต้น หลายคนเข้าใจว่าการ Ultrasound คือการตรวจเกี่ยวกับเรื่องของคนท้องเพียงอย่างเดียว ทว่าจริงๆ แล้วการตรวจวินิจฉัยด้วยการ Ultrasound ยังมีจุดประสงค์อื่นๆ อีกหลายข้อไม่ใช่แค่เรื่องของเด็กในท้องแม่เท่านั้น ถือว่าเป็นวิธีการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ที่มีการพัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญในยุคนี้การ Ultrasound ยังเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากกว่าเดิมอีกด้วย ทำความรู้จักกับเรื่อง Ultrasound Ultrasound หรือบางคนก็เรียกว่า Ultrasonogram, Ultrasonography, Medi Cal ultrasonography, Sonogram, Sonography แล้วแต่คนจะเรียก เป็นการตรวจวินิจฉัยจากการใช้คลื่นเสียงกำลังสูงแล้วสะท้อนขึ้นมาให้เกิดภาพ สามารถทำการตรวจเนื้อเยื่อ อวัยวะต่างๆ เพื่อทำให้ได้เห็นถึงความผิดปกติหรือความปกติ ส่งผลให้การวินิจฉัยของแพทย์ทำได้ง่ายมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม แม้ว่าการตรวจด้วยการ Ultrasound อาจมีความชัดเจนสู้การเอกซเรย์ การทำ MRI ไม่ได้ แต่จากเหตุผลนี้ทำให้ค่าใช้จ่ายของการ Ultrasound จะถูกกว่ามาก มีผลข้างเคียงที่น้อยกว่า การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือ MRI เนื่องจากไม่มีรังสีเอกซ์จากคลื่นแม่เหล็ก คลื่นวิทยุ และไม่มีการฉีดสี นั่งจึงส่งผลให้การ Ultrasound มักจะใช้กับการตรวจเด็กทารกในครรภ์ของคุณแม่ทั้งหลาย ที่ถึงแม้ว่าความชัดเจนของภาพจะไม่สูงแต่ก็ไม่ได้ด้อยจนมองไม่ชัดเจน […]

Radiology คืออะไรและมีประโยชน์อย่างไรบ้าง

เทคนิคการรักษาในด้านการแพทย์ปัจจุบันนี้มีอยู่ด้วยกันหลากหลายวิธี วิธีการหนึ่งที่ได้รับความนิยมกับบางโรคมาก็คือเรื่องของการใช้รังสี ซึ่งจริงๆ แล้วการใช้รังสีที่ว่านี้ทางการแพทย์เองก็จะมีศัพท์เฉพาะทางเพื่อให้เข้าใจในรายละเอียดต่างๆ ให้มากขึ้นกว่าเดิม คนทั่วไปหากไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันก็อาจไม่รู้จักคำเหล่านี้สักเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นคนที่เกี่ยวข้องก็คงพอจะคุ้นเคยกับศัพท์เหล่านี้กันบ้างไม่มากก็น้อย โดยถ้าหากเคยได้ยินก็มักจะได้ยินคำว่า Radiology กัน ลองมาทำความรู้จักว่าคำๆ นี้มีความหมายอย่างไรกันแน่ ทำความเข้าใจกับคำว่า Radiology Radiology มีความหมายแบบตรงตัวตามภาษาไทยก็คือ รังสีวิทยา เป็นศาสตร์หรือสาขาวิชาหนึ่งสำหรับทางการแพทย์ที่มีการนำรังสีซึ่งส่วนใหญ่เป็นรังสีประเภทไอออนไนซ์ (Ionizing Radiation ซึ่งทั่วๆ ไปมักจะเรียกกันแบบติดากว่า รังสีเอ็กซ์ หรือ เอกซเรย์ เพื่อใช้สำหรับทำการตรวจวินิจฉัยและช่วยสำหรับการรักษาโรคในบางโรค โดยการแพทย์ทางรังสีวิทยาจะมีการแบ่งออกเป็น 3 หน่วยงานหลักๆ ซึ่งสามารถแยกย่อยออกมาได้ดังนี้ รังสีวินิจฉัย (Diagnostic Radiology) เป็นการแพทย์ที่ทำให้การถ่ายเนื้อเยื่อหรืออวัยวะต่างๆ ด้วยรังสี ปกติแล้วก็จะใช้รังสีเอ็กซ์ อาทิ เอกซเรย์ เอกซเรย์ด้วยคอมพิวเตอร์ หรือในบางกรณีก็มีการใช้รังสีที่นอกเหนือจากรังสีเอ็กซ์ เช่น การทำคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ MRI รวมไปถึงการอัลตราซาวด์ นอกจากนี้รังสีวินิจฉัยยังสามารถแบ่งหมวดหมู่ออกไปได้อีก เช่น ประสาทวิทยารังสี รังสีร่วมวินิจฉัย เป็นต้น ขณะที่ในปัจจุบันบางคนก็มีการเรียกแพทย์แผนกนี้ว่า ฉายาเวชศาสตร์ อย่างไรก็ตามแพทย์ที่ทำงานเกี่ยวกับด้านรังสีจะเป็นแพทย์เฉพาะทาง เรียกว่า แพทย์รังสีวินิจฉัย […]

เวชศาสตร์นิวเคลียร์คืออะไรและมีประโยชน์ในการรักษาอย่างไรบ้าง

วิทยาการทางการแพทย์สมัยนี้ต้องยอมรับว่าก้าวหน้าไปไกลกว่าเดิมค่อนข้างมากส่วนหนึ่งก็มาจากการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งของผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับความพยายามที่จะนำเสนอและจัดการสิ่งต่างๆ ทางการแพทย์เพื่อหวังให้สามารถช่วยผู้ป่วยและทำให้ชีวิตคนเรายืนยาวได้มากขึ้นยิ่งกว่าเดิม วิทยาการทางการแพทย์สมัยใหม่ก็มีอยู่ด้วยกันหลากหลาย หนึ่งในวิทยาการทางการแพทย์ที่น่าสนใจก็คือ เวชศาสตร์นิวเคลียร์ หลายคนอาจยังไม่เคยได้ยินมาก่อนว่านี่คืออะไรกันแน่ หากได้ทำความเข้าใจก็จะทำให้รู้ถึงรายละเอียดมากขึ้น รู้จักกับเวชศาสตร์นิวเคลียร์ เวชศาสตร์นิวเคลียร์ เป็นวิทยาการด้านการแพทย์สาขาหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการใช้สารกัมมันตรังสีสำหรับการวินิจฉัยและรักษาโรคบางชนิด อาศัยมาจากการถ่ายภาพอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะเพื่อให้แพทย์ได้มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของกายวิภาคของร่างกายและด้านของการทำงาน การตรวจสอบด้านของเวชศาสตร์นิวเคลียร์ถือว่าเป็นการตรวจสอบที่มีความปลอดภัย ไม่เจ็บปวด ช่วยทำให้การวินิจฉัยมีความรวดเร็ว ถูกต้องมากยิ่งขึ้น นิยมนำมาใช้ในการตรวจวินิจฉัยจากหลายๆ อาการ เช่น โรคหัวใจ การติดเชื้อในกระดูก โรคเลือดอุดตันในปอด เนื้องอก อาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา รวมไปถึงการแพร่กระจายของเชื้อมะเร็ง เป็นต้น นอกจากนี้การรักษาแบบเวชศาสตร์นิวเคลียร์อาจใช้สำหรับการควบคุมโรค ขณะที่บางกรณีก็ใช้รักษาโรคที่มีเงื่อนไข เช่น มะเร็งต่อมไทรอยด์ ต่อมไทรอยด์ทำงานหนักมากจนเกินไป หรืออาการปวดกระดูกอันเกิดจากการแพร่กระจายของเชื้อมะเร็งไปยังกระดูก เป็นต้น การถ่ายภาพทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ถูกนำมาใช้สำหรับการตรวจสอบโรคที่มีเงื่อนไขอื่นๆ และโรคเกี่ยวกับเนื้องอก หลอดเลือดโป่งพอง การไหลเวียนของเลือดในเนื้อเยื่อผิดปกติหรือมีไม่เพียงพอ ความผิดปกติของเซลล์เม็ดเลือดและการทำงานของระบบอวัยวะที่ไม่เพียงพอต่อระบบ เช่น ข้อบกพร่องในการทำงานของปอด ต่อมไทรอยด์ เป็นต้น เทคนิคเวชศาสตร์นิวเคลียร์ที่ใช้ในปัจจุบันจะประกอบไปด้วย Positron Emission Tomography, Single Photon Emission Computed Tomography, Cardiovascular imaging, Bone scanning นอกจากนี้ยังมีในส่วนของเวชศาสตร์นิวเคลียร์แบบเฉพาะทางที่ถูกให้บริการจากผู้เชี่ยวชาญซึ่งผ่านการรับรองทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ […]

Magnetic Resonance Imaging (MRI) คืออะไรและมีประโยชน์อย่างไรบ้าง

การตรวจรักษาโรคในยุคสมัยใหม่เรามักจะได้ยินว่าให้ลองตรวจแบบ MRI ดูสิ ว่ามีอาการเป็นอย่างไรกันแน่ ซึ่งหลายคนก็มองว่าการตรวจแบบดังกล่าวคงเป็นการตรวจรักษาที่ดีที่สุด จริงๆ แล้วการตรวจรักษาทุกวิธีการนั้นก็จะมีข้อดีแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับว่าใช้สำหรับการตรวจโรคหรืออาการประเภทไหนมากกว่า เพราะฉะนั้นการตรวจแบบ Magnetic Resonance Imaging (MRI) ก็ถือเป็นการตรวจอีกประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ลองมาทำความรู้จักดูว่าการตรวจแบบนี้คืออะไร ทำความรู้จักกับ Magnetic Resonance Imaging (MRI) Magnetic Resonance Imaging (MRI) เป็นวิธีการตรวจภาพเนื้อเยื่อหรืออวัยวะต่างๆ ประเภทหนึ่งสำหรับช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคได้ง่ายขึ้น ไม่จำเป็นต้องใช้งานรังสีเอกซ์ที่จะใช้เฉพาะการตรวจด้วยการเอกซเรย์ การถ่ายภาพเนื้อเยื่อหรืออวัยวะด้วยระบบ Magnetic Resonance Imaging (MRI) จะใช้กระบวนการก่อให้เกิดภายจากระบบคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าพลังงานสูงร่วมกับคลื่นวิทยุรังสีพลังงานสูง ส่งผลให้เกิดภาพแตกต่างกันระหว่างเนื้อเยื่อหรืออวัยวะแต่ละประเภท ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำที่อยู่ในบริเวณเนื้อเยื่อหรืออวัยวะนั้นๆ ส่งผลให้เกิดการเปรียบเทียบจนเกิดขึ้นมาเป็นภาพ ผู้ที่จะเข้าใจเกี่ยวกับผลการตรวจนี้จำเป็นต้องผ่านการเรียนการสอนมาโดยเฉพาะเมื่อเห็นภาพดังกล่าวออกมาแล้วจะรู้ว่าหมายถึงอะไรกันแน่ Magnetic Resonance Imaging (MRI) จะเป็นภาพลักษณะสามมิติ สามารถซอยภาพเนื้อเยื่อหรืออวัยวะให้เป็นแผ่นบางๆ ท่าตัดขวางได้เหมือนกับการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ทว่าด้วยเทคโนโลยีที่สูงกว่าทำให้ Magnetic Resonance Imaging (MRI) สามารถสร้างภาพได้ทั้งแบบแนวแบ่งซ้ายขวาและแนวแบ่งหน้าหลัง นอกจากนี้ยังเปรียบเทียบได้คมชัดยิ่งกว่าการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ส่งผลให้การตรวจบางอาการของ Magnetic Resonance Imaging (MRI) […]

Interventional radiology คืออะไรและมีประโยชน์อย่างไรบ้าง

การใช้รังสีทางการรักษาในการแพทย์จัดเป็นวิวัฒนาการด้านการแพทย์อีกแขนงหนึ่งที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อให้สามารถรักษาอาการป่วยของคนไข้ได้ดีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม หากย้อนกลับไปหลายร้อยปีก่อนคงแทบไม่มีใครเชื่อว่าวิวัฒนาการด้านการรักษาในลักษณะนี้จะเกิดขึ้นจริง แต่ด้วยความที่มนุษย์เราเองมีความพยายามอย่างแรงกล้าต่อเรื่องของการรักษาชีวิตเพื่อนมนุษย์เอาไว้ การพัฒนาทางการแพทย์จึงค่อยๆ ก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งปัจจุบันการพัฒนาทางการแพทย์ก็ก้าวมาไกลสุดๆ แม้ว่าจะยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ทุกโรคแต่ก็ถือว่าช่วยประคับประคองได้เป็นอย่างดี หนึ่งในวิธีการรักษาที่จำเป็นต้องใช้อย่างมากในยุคนี้ก็คือ Interventional radiology ซึงหากบอกแบบนี้หลายคนอาจยังไม่รู้จักแน่นอน เพราะฉะนั้นลองมาทำความรู้จักกันดู ทำความรู้จักกับ Interventional radiology Interventional radiology หมายถึง รังสีร่วมรักษา เป็นลักษณะของการตรวจและวินิจฉัยโรคทางการแพทย์วิธีหนึ่งจากแพทย์ที่มีความสามารถเฉพาะทางสาขารังสีวินิจฉัย หรือรังสีวิทยาทั่วไป ที่เราเรียกกันว่า แผนกเอกซเรย์ การวินิจฉัยโรคทางรังสีร่วมรักษา หรือ Interventional radiology จะใช้การเจาะ การดูดเซลล์เพื่อเป็นการตรวจทางเซลล์วิทยา หรือไม่ก็เป็นกรตัดชิ้นเนื้อเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา ทว่าความแตกต่างของแนวทางการตรวจของแพทย์ประเภทนี้ที่ไม่เหมือนกับแพทย์สาขาอื่นก็คือ การตรวจ, เจาะ, ดูดจะอยู่ภายใต้แนวทางของการอัลตราซาวด์, การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือ MRI ส่งผลให้ความแม่นยำในการตรวจรักษามีมากกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว สำหรับการรักษาโรคทางรังสีร่วมรักษา ก็คือ การรักษาโรคด้วยวิธีการสอดสวนท่อขนาดเล็กเข้าไปทางหลอดเลือดดำหรือไม่ก็หลอดเลือดแดงขึ้นอยู่กับชนิดของโรคและการวินิจฉัยของแพทย์ เพื่อเข้าสู่หลอดเลือดช่องเนื้อเยื่อหรือในบริเวณอวัยวะที่เกิดโรคอยู่ การกระทำดังกล่าวนี้จะทำภายใต้การตรวจเอกซเรย์เช่นเดียวกันซึ่งจะส่งผลให้การตรวจรักษามีความแม่นยำมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม เมื่อสอดใส่ท่องได้เรียบร้อยก็จะมีการอัดฉีดยาให้เข้าไปทางท่อนั้นสู่เนื้อเยื่อหรืออวัยวะดังกล่าวโดยตรงเพื่อให้เกิดการรักษาโรคตามที่ต้องการ อาทิ การรักษาอาการของโรคมะเร็งตับ ไม่ก็เป็นการใส่สารอุดตันหลอดเลือดเส้นนั้นๆ เพื่อให้หลอดเลือดเกิดการอุดตัน แล้วค่อยทำการตัดกรหล่อเลี้ยงก้อนมะเร็ง จากนั้นก้อนเนื้อดังกล่าวก็จะตายลงเพราะขาดเลือด ไม่ว่าจะเป็นการรักษาโรคมะเร็งตับ การรักษาอาการที่มีภาวะเลือดออกรุนแรง เช่น ภาวะเลือดออกในลำไส้ใหญ่อย่างรุนแรง หรือแม้แต่การรักษาโรคหลอดเลือดสมองโป่งพองก็ใช้วิธีการนี้ได้ด้วยเช่นเดียวกัน […]

เรียนรู้เกี่ยวกับการอัลตราซาวด์ช่วงหน้าท้อง

อย่างที่รู้กันดีว่าการอัลตราซาวด์ก็คือการด้วยการใช้คลื่นความถี่สูงด้วยอาศัยหลักการดูดซับและสะท้อนของคลื่นเสียงที่มีความแตกต่างกันระหว่างอวัยวะแต่ละชนิด รวมไปถึงเนื้อเยื่อปกติกับไม่ปกติ จากนั้นจะมีการแปลงเป็นภาพเพื่อแสดงออกมาทางด้านหน้าจอของการแสดงภาพ สำหรับคลื่นเสียงสำหรับการอัลตราซาวด์จะอยู่ในช่วงความถี่สูง 1.5 – 15 MHz คลื่นเสียงดังกล่าวนี้จะถูกส่งออกจากหัวตรวจแล้วผ่านเข้าไปในตัวของผู้ป่วย เมื่อมีการกระทบกับรอยต่อระหว่างตัวกลาง 2 ชนิดที่ระดับความหนาแน่นต่างกันก็จะเกิดการสะท้อนพร้อมกับการทะลุผ่านของเสียงนั่นเอง ทำความเข้าใจกับการอัลตราซาวด์ช่วงหน้าท้อง จริงๆ แล้วการอัลตราซาวด์นี้สามารถทำได้กับอวัยวะหลากหลายในร่างกายของเราที่มีลักษณะเป็นก้อนแข็ง เช่น ตับ ไต ม้าม ตับอ่อน รังไข่ มดลูก ต่อมลูกหมาก เช่นเดียวกับอวัยวะที่มีเอาไว้บรรจุของเหลวที่อยู่ภายใน อาทิ หัวใจ กระเพาะปัสสาวะ ถุงน้ำดี การตรวจเด็กในครรภ์ เป็นต้น ซึ่งการอัลตราซาวด์ที่ว่านี้จะไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงกับผู้ตรวจใดๆ ทั้งสิ้น ปัจจุบันนอกจากจะมีการอัลตราซาวด์เพื่อวินิจฉัยโรคแล้วยังใช้เป็นเครื่องนำทางสำหรับการดูดเจาะเพื่อการวินิจฉัยและการรักษาด้วย ปกติการอัลตราซาวด์จะมี 2 ประเภทใหญ่ คือ การตรวจผ่านผิวหนังผู้ป่วยและการตรวจเข้าไปในร่างกาย เช่น การผ่านทางท่อทวาร, ช่องคลอด, เส้นเลือด, ทางเดินอาหาร หรือบริเวณแผลผ่าตัด เป็นต้น อย่างไรก็ตามหากพูดถึงการอัลตราซาวด์ช่วงหน้าท้องแล้วก็นับว่าเป็นสิ่งที่มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อยซึ่งเราสามารถศึกษารายละเอียดต่างๆ ได้ดังนี้ การอัลตราซาวด์ช่วงหน้าท้อง Upper abdomen เป็นการศึกษาอวัยวะต่างๆ จากบริเวณท้องส่วนบน เช่น ตับ ม้าม […]

Computed Tomography คืออะไรแล้วมีประโยชน์อย่างไรบ้าง

ถ้าหากบอกว่าวิธีการรักษาโดยต้องใช้ระบบ Computed Tomography คงมีคนที่ทำหน้าสงสัยพร้อมกับสอบถามว่าระบบรักษาดังกล่าวมันเป็นอย่างไรทำไมไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย แต่ถ้าหากบอกว่านี่คือระบบการรักษา CT Scan หลายคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดีแน่นอน ซึ่งระบบการรักษาดังกล่าวถือว่าเป็นระบบการรักษาที่มีใช้กันมายาวนานได้ในระดับหนึ่งแล้ว ถือว่าเป็นระบบที่สร้างการพัฒนาให้กับวงการแพทย์ได้ดีในระดับหนึ่งเลยทีเดียว แต่ก็ยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่มาก จึงมาทำความรู้จักกันให้ดีขึ้นกว่าเดิมจะดีกว่า รู้จักกับระบบ Computed Tomography Computed Tomography หรือศัพท์ทางการแพทย์บางที่ก็เรียกว่า X-ray Computed Tomography คือการถ่ายภาพรังสีส่วนตัดด้วยการอาศัยคอมพิวเตอร์ ถือว่าเป็นเทคโนโลยีการใช้ภาพรังสีเอกซ์ที่ต้องมีการอาศัยคอมพิวเตอร์ประมวลผลเพื่อสร้างภาพตัดขวาง มีการกำหนดเฉพาะจุดที่ทำการสแกน สามารถช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเห็นส่วนต่างๆ ภายในได้โดยไม่ต้องทำการผ่าตัดสมอง สำหรับการสร้างภาพสามมิติภายในของวัตถุที่จะนำใช้การประมวลผลในรูปแบบของทรงเรขาคณิตด้วยดิจิตอลจากตัวชุดใหญ่ของภาพเอกซเรย์สองมิติที่ถูกบันทึกรอบแกนหมุนแกนเดียว Computed Tomography ถูกพบมากที่สุดด้วยการนำมาใช้ถ่ายภาพทางการแพทย์ ภาพตัดขวางที่ว่านี้ส่วนใหญ่ถูกใช้เพื่อนำมาทำการวินิจฉัยหรือไม่ก็การรักษาทางการแพทย์ในสาขาต่างๆ จะว่าไปแล้วนับตั้งแต่ช่วงยุค 1970 เป็นต้นมา Computed Tomography ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการถ่ายภาพทางการแพทย์เพื่อเสริมไปกับรังสีเอกซ์พร้อมการบันทึกด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงทางการแพทย์ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้มันเองได้ถูกใช้ในการแพทย์แบบป้องกันหรือการตรวจคัดกรองโรค อาทิ CT colonography สำหรับผู้ป่วยที่มีโอกาสเสี่ยงสูงในการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่, การสแกนหัวใจเมื่อเคลื่อนไหวเต็มที่สำหรับผู้ป่วยความเสี่ยงสูงของโรคหัวใจ เป็นต้น ระบบ Computed Tomography สามารถใช้งานได้กับแทบทุกสัดส่วนของร่างกายไม่ว่าจะเป็นศีรษะ, ปอด, หัวใจ, ช่องท้อง, กระดูกเชิงกราน, แขน, ขา และอื่นๆ […]

การใช้ยาในการรักษาโรคหอบหืด

ปัจจุบันนี้จะพบว่าคนไทยป่วยด้วยโรคต่างๆมากมาย โดยเฉพาะโรคหอบหืดที่มักจะพบเจอผู้ป่วยโรคนี้ได้ทุกเพศ ทุกวัย ไม่จำกัดอายุซึ่งถือว่าเป็นอันตรายอย่างมาก เพราะผู้ป่วยจะเกิดอาการหายใจติดขัด ในผู้ป่วยบางรายถ้าได้รับยารักษาไม่ทันอาจส่งผลร้ายถึงชีวิตด้วยก็เป็นได้ สาเหตุของการเกิดโรคหอบหืด โรคหอบหืด เกิดจากการที่ในร่างกายของผู้ป่วยมีภาวะตีบแคบบริเวณหลอดลม อันมีสาเหตุมาจากการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อที่ช่วงผนังหลอดลม ส่งผลให้อากาศที่จะผ่านเข้าออกบริเวณหลอดลมนั้นทำได้ยากลำบากมากขึ้น นอกจากนั้นยังรับอากาศไม่เพียงพอจึงทำให้เกิดการหายใจถี่มากกว่าเดิม ซึ่งโรคหอบหืดยังสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้อีกด้วย อาการของผู้ป่วยโรคหอบหืด ผู้ที่ป่วยเป็นโรคหอบหืดจะมีอากาศหายใจลำบาก อึดอัด แน่นบริเวณช่วงหน้าอก โดยเฉพาะในช่วงจังหวะที่มีการหายใจออกจะมีเสียงหายใจดัง บางรายอาจถึงขั้นมีอาการไอ เสมหะข้นเหนียว และคันในจมูกแทรกซ้อนร่วมด้วย ส่วนใหญ่แล้วโรคหอบหืดมักจะเกิดในเวลากลางคืนหรือช่วงที่ผู้ป่วยไปสัมผัสกับสิ่งกระตุ้นที่ก่อให้เกิดอาการแพ้นั่นเอง ยาสำหรับรักษาโรคหอบหืด สามารถแบ่งออกได้ 2 ประเภท คือ ยาควบคุมโรค (Controllers) เป็นยาสำหรับควบคุมโรคผู้ป่วยจะต้องใช้อย่างสม่ำเสมอ ถึงแม้ว่าจะไม่เกิดอาการ ประกอบไปด้วย ย่าพ่นสเตียรอยด์มีฤทธิ์ในการลดการอักเสบของหลอดลมได้ เมื่อหลอดลมมีอาการดีขึ้นก็จะไม่ไวต่อสิ่งกระตุ้น สุดท้ายอาการหอบก็จะหายไป ยาพ่นสเตียรอยด์จะไม่เกิดผลกระทบกับร่างกายเท่ายากินสเตียรอยด์เพราะขนาดยาที่ใช้จะน้อยมาก ยาขยายหลอดลมหรือยาสำหรับบรรเทาอาการ (relievers) จะมียาพ่นขยายหลอดลมเบต้าอะโกนิส เช่น ยาเวนโทลิน (Ventolin) และ บริคคานิล (Bricanyl) หรือเม็บติน (Meptin) ซึ่งสามารถบรรเทาอาการเวลาหอบ โดยจะใช้ได้เฉพาะช่วงมีอาการหอบเท่านั้น แต่อาจเกิดอาการข้างเคียง คือจะมีอาการใจสั่น มือสั่นบ้าง ยาที่ใช้ในการรักษาโรคหอบหืด มีทั้งแบบที่เป็นยากิน ยาฉีด […]